ฉลอง 696 Hits! Fan Fiction Katekyo Hitman Reborn

posted on 15 Sep 2007 21:04 by devildelivery  in Fanfiction

จริงๆ แล้ว ไอ้ 696 Hits นี่ได้ตั้งนานแล้วล่ะ แต่ไม่รู้เอาอะไรมาฉลองดี ก็เลยขอแต่งฟิคละกัน แน่นอนค่ะว่าในเมื่อมันเป็น 696 Hits เรื่องที่แต่งก็ต้องเป็นรีบอร์น! และต้องมีมุคุโร่เป็นตัวหลัก! เย้!

ในที่สุดมันก็เสร็จสักที โฮ ขอร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจหน่อย พล็อตน่ะมี แต่กว่าจะจิ้มๆ ตัวอักษรมาเรียงเป็นเรื่องได้นี่ พลังชีวิตหมดไปหลาย TT^TT แล้วมันก็มีตัวตนขึ้นมาจนได้ อ๊า

ดีใจที่มีคนเข้าบลอคเรามากกว่าที่คิดซะอีกนะนี่ ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ เลยนะค้า โค้งๆ m(_ _)m

จะพล่ามนานก็กระไรอยู่ เชิญทุกท่านตามสบานค่า

...............................................................................................

Fan Fiction Katekyo Hitman Reborn

Illusions behind Closed Eyes: ภาพมายาบนเปลือกตาที่ปิดสนิท

ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม ท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น

สถานที่ที่สุขสงบจนนึกไปว่ากำลังอยู่ในสรวงสวรรค์

พัดพาความคิด ความรู้สึกทั้งมวลให้ล่องลอยไป

ยังที่ที่ไกลแสนไกล

โรคุโดคุง โรคุโดคุง

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อลืมตาตื่นตามเสียงที่เรียกเขาอยู่

เบื้องหน้าเขาคือเด็กหนุ่มร่างเล็ก เจ้าของดวงตากลมโตสดใส กำลังโน้มตัวลงมาจนเงาร่างทามทาบบนตัว เป็นร่มเงาบดบังแสงอาทิตย์ร้อนยามบ่าย ใบหน้าเยาว์วัยนั้นแลดูเป็นกังวล

มีอะไรหรือครับ โรคุโด มุคุโรลุกขึ้นนั่ง อาการปวดศีรษะยังไม่ทุเลาดี

สีหน้านายไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรรึเปล่า เด็กหนุ่มถามกลับ ท่าทางเป็นห่วง พลางยื่นมือมาแตะหน้าผากของเขา

แปลก ทั้งๆ ที่ปรกติเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวแท้ๆ แต่ทำไม...เขาถึงไม่ปัดมือนี้ทิ้ง

แค่มึนหัวนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ไม่ต้องห่วง

อย่างนั้นเหรอ เด็กหนุ่มมีท่าทีโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วละนะ

เป็นห่วง...ขนาดนั้นเลยหรือ

ว่าแต่ มีธุระอะไรหรือครับ เอ่อ... ชายหนุ่มเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่รู้จักเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

อ๊ะ จริงด้วย โรคุโดคุงยังไม่รู้จักฉันนี่นะ ฉัน ซาวาดะ สึนะโยชิ

ซาวาดะซัง...

เรียก สึนะ ก็ได้ เพื่อนฉันก็เรียกอย่างนี้เหมือนกัน

งั้น สึนะคุง มีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ

ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะนึกขึ้นได้เช่นเดียวกัน จริงด้วยสิ คาบต่อไปวิชาเคมี เวรพวกเราเตรียมอุปกรณ์การทดลองน่ะ ฉันเลยมาตาม

อย่างนั้นหรือครับ

อื้อ ไปกันเถอะ โรคุโดคุง ใกล้จะหมดเวลาพักแล้วด้วย ซาวาดะ สึนะโยชิยื่นมือมาให้เขา หลังจากจ้องอยู่ครู่หนึ่ง มุคุโรก็จับมือนั้นไว้ ซาวาดะ สึนะโยชิฉุดให้เขาลุกขึ้นด้วยเรี่ยวแรงที่มือเล็กๆ และรูปร่างบอบบางไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้หญิงนั้นไม่น่าจะมี

ทั้งคู่ลงบันไดจากชั้นดาดฟ้า ซาวาดะ สึนะโยชิเดินนำชายหนุ่มไปตามทางเดิน เสียงหัวเราะจากบรรดานักเรียนทั้งในอาคารและนอกอาคารฟังดูร่าเริงสมกับเป็นช่วงเวลาพักกลางวัน ทุกอย่างดูเป็นประกายส่องสว่างมีชีวิตชีวา มุคุโรแทบไม่รู้สึกตัวว่าเขาหันไปมองรอบๆ ราวกับพยายามซึมซับบรรยากาศรื่นเริงนี้ให้มากที่สุด

มีอะไรเหรอ โรคุโดคุง สึนะโยชิเอ่ยทัก

มุคุโรได้สติจากเสียงเรียก เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ แค่รู้สึกไม่ค่อยคุ้นสถานที่เท่าไหร่

สึนะโยชิหัวเราะเบาๆ ไม่แปลกหรอก ก็นายเพิ่งจะย้ายโรงเรียนมานี่นา อ๊ะ ทางนี้แน่ะ

เพิ่งย้ายมา...อย่างนั้นหรือ

ตลอดทางเดินเรียงรายด้วยกระจกใสมอง แสงแดดอุ่นยามบ่ายส่องลอดหน้าต่าง มุคุโรรู้สึกเหมือนถูกโอบกอด เขาหลับตาลงชั่วครู่ รู้สึกราวกับว่าไม่ได้รับความอบอุ่นอย่างนี้มานานแสนนาน

ชั่วขณะนั้นเอง มุคุโรปรารถนาจะละลายหายไปกับแสงนี้จากก้นบึ้งของจิตใจ

เสียงดังโหวกเหวกจากกลุ่มนักเรียนในสนามปลุกเขาจากผะวัง จังหวะเดียวกับที่ลูกเบสบอลถูกตีผิดทิศ พัดมาทางหน้าต่างทางเดินที่เขากับสึนะโยชิอยู่

สึนะคุง!

เอ๋?

มุคุโรรวบชายหนุ่มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน

ลูกบอลกระทบกระจกหน้าต่างแตกเป็นเสี่ยง เสียงแหลมก้องสะท้อนโถงทางเดิน เศษแก้วชิ้นน้อยใหญ่กระจายตามแรงส่ง กรีดเสื้อผ้าเป็นทางยาว บาดลึกลงชั้นเนื้อ เรียกกลิ่นเลือดสดตามรอยแผล

โรคุโดคุง!

เฮ้! เป็นอะไรรึเปล่า ใครบางคนพูดขึ้น เสียงเปิดประตูสลับเสียงคุยจ้อกแจ้ก นักเรียนจำนวนมากออกจากห้องมาดูความเสียหายที่เกิด

โรคุโดคุง โรคุโดคุง

สึนะโยชิคลายตัวออกห่าง น้ำเสียงตื่นตระหนกเรียกชื่อของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เร่งให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง สบประสานสายตาที่ฉายแววกังวลแจ่มชัด

ผมไม่เป็นอะ...

ของเหลวสีแดงสดไหลอาบตามใบหน้า เคลื่อนคล้อยต่ำลงทิ้งตัวกระทบพื้นผิว หยาดเลือดแตกกระจายเป็นวง ส่งกลิ่นคาวฟุ้งกระทบประสาทสัมผัส

เลือดนี่ บาดเจ็บตรงไหนน่ะ สึนะโยชิหน้าซีดเผือด ร้อนรนฉุดให้เขาลุกขึ้น ต้องรีบไปห้องพยาบาล เร็วเข้า

ส่งเสียงเอะอะอะไรกัน

เสียงๆ หนึ่งโดดเด่นขึ้นมา ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้คนมากหน้าหลายตา กลบเสียงอื่นๆ เสียมิด ชายหนุ่มผมดำคนหนึ่งเดินผ่ากลางกลุ่มนักเรียนที่หลบไปอยู่สองข้างทางเหมือนโมเสกแหวกมหาสมุทร ตามติดด้วยชายร่างใหญ่หลายคนที่สวมเสื้อคอปกตั้งสีดำแบบเดียวกัน ความเงียบปกคลุมทั้งโรงเรียนไปชั่วขณะ มุคุโรได้ยินสึนะโยชิเอ่ยชื่อของชายคนนั้นอย่างแผ่วเบา

คุณฮิบาริ...

ฮิบาริเสมองมาทางพวกเขา จากนั้นจึงกวาดตาไปรอบๆ ทั้งเศษกระจก ทั้งฝูงชนที่มุงดู ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวภายใต้สายตาคู่นั้น มุคุโรรู้ได้ในทันทีว่าชายตรงหน้าคือผู้ครองอำนาจใหญ่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ ทันทีที่ฮิบาริหยิบลูกเบสบอลขึ้นมาจากพื้น เสียงลมหายใจของใครหลายต่อหลายคนพลันสะดุดเฮือก

ฝีมือใคร

คำถามสั้นๆ กับน้ำเสียงราบเรียบทำเอานักเรียนบริเวณนั้นเสียวสันหลับวาบกันเป็นแถว

ท่ามกลางความตื่นกลัว เสียงของสึนะโยชิดังขึ้น คุณฮิบาริ มันเป็นอุบัติเหตุนะครับ มีคนเจ็บ ต้องรีบพาไปทำแผล

การกระทำของสึนะโยชิทำเอาจิตใจของผู้คนแถวนั้นยิ่งกระเจิดกระเจิง สายตาของฮิบาริเลื่อนมาหยุดที่พวกเขา พลันรอยยิ้มน้อยๆ จุดขึ้นที่มุมปาก เท้าสาวเข้ามาใกล้

มุคุโรรับรู้จากมือที่จับแขนของเขาว่า สึนะโยชิกำลังกลัว ร่างน้อยๆ สั่นระริก แน่นอนว่าฮิบาริเองก็รู้เช่นเดียวกันแม้จะไม่ได้สัมผัสตัว มุคุโรจะก้าวมาข้างหน้า หวังใช้ตัวเองกันสึนะโยชิไว้ แต่แรงมือที่จับแขนเขาบีบแน่น สื่อนัยว่าไม่ให้เขาขยับเขยื้อน

สึนะโยชิยืนหยัดเผชิญหน้า ไม่ยอมหลบหนี ดูเหมือนการกระทำนี้จะยิ่งถูกใจฮิบาริเข้าไปอีก

กล้าดีนี่

ยิ่งฮิบาริเคลื่อนเข้ามาใกล้ ทุกคนยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง ความกดดันอัดแน่นจนอึดอัด เสียงในใจของใครหลายคนกรีดร้องอยากไปให้ไกลจากที่ตรงนี้

หยดน้ำสีแดงจากปากแผลไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำกองรวมเป็นแอ่งย่อมๆ ที่ปลายเท้าของนักเรียนใหม่ เสียงหยดติ๋งๆ ดังขึ้นต่อเนื่อง

รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของฮิบาริแล้ว

เฮ้ นาย เขาหันมาคว้าคอเสื้อนักเรียนชายใกล้มือ เหวี่ยงไปจุดที่ โรคุโด มุคุโรและ ซาวาดะ สึนะโยชิยืนอยู่ เด็กชายผู้โชคร้ายกลัวจนไม่กล้าลุก ฮิบาริออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ทำความสะอาดพื้นตรงนั้นซะ ส่วนนาย เขาหันมาหาสึนะโยชิ รีบพาหมอนั่นไปทำแผล

ความประหลาดใจถูกจุดให้ระเบิดออก บรรยากาศตึงเครียดหายไปแล้ว เสียงพูดคุยดังขึ้นเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ท่ามกลางความสับสนนั้น สึนะโยชิยิ้มกว้าง รับคำเสียงใส

ครับ

อย่าให้มาตายในโรงเรียนล่ะ ฮิบาริกำชับคำสั่งสุดท้ายก่อนจากไป ในมือยังคงกำลูกเบสบอลของกลางอยู่ ทุกคนเดาได้ว่าอีกสักพัก ชายหนุ่มคงไปไล่เบี้ยกับพวกชมรมเบสบอล ข้อหาก่อความวุ่นวายและทำลายสมบัติของโรงเรียนเป็นแน่

ทางนี้ โรคุโดคุง

สึนะโยชิดึงมือมุคุโร เปลี่ยนเส้นทางไปห้องพยาบาล เสียงจอแจด้านหลังค่อยๆ เลือนหาย แล้วสรรพเสียงทั้งมวลก็เงียบลง ไม่มีใครพูดอะไรเลย หากแต่ครั้งนี้ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนเมื่อครู่

มุคุโรอยากจะบอกชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังกุมมือของเขาเหลือเกินว่าตัวเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด อยากบอกเหลือเกินว่าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง ไม่ต้องเห็นเป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่ออ้าปากหวังจะเอ่ย ความร้อนจากมือของสึนะโยชิที่ส่งผ่านมาหาเขาแล่นระรื้นสู่ช่วงอก ราวกับหัวใจกำลังถูกบีบตีบตัน คำพูดเหล่านั้นหายกลับไปในลำคอ

มากกว่าความรู้สึกที่ไม่อยากเห็นใบหน้าเศร้าหมอง คือไม่อยากปล่อยมือเล็กๆ นี้ไป

ไม่อยากสูญเสีย

เอาล่ะ ถึงแล้ว สึนะโยชิดันบานประตูเลื่อนออก ทุกอย่างในห้องพยาบาลดูขาวโพลนไปหมด อาจารย์จามาลครับ ผมพาคนเจ็บมา

เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ แวบหนึ่งมุคุโรคิดว่าเพราะไม่มีใครอยู่ แต่สึนะโยชิกลับปั้นหน้ามุ่ย เดินดุ่มๆ ไปกระชากม่านบังเตียงที่ปิดอยู่ออก มุคุโรเห็นกองผ้าขยุกขยุยขยับบนเตียง สักพักหัวยุ่งๆ ของชายสูงวัยก็โผล่พ้นขอบผ้า ใบหน้าแดงก่ำและกลิ่นเบียร์ลอยคลุ้งไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังเมา

อาจารย์จามาล แอบดื่มในเวลางานอีกแล้ว สึนะโยชิโวยวาย

อาวน่า อาวน่าาาา เสียงเมาๆ ตอบกลับ รอยยิ้มยียวนปรากฏบนใบหน้ายับยู่ยี่ มีอาราย

คนเจ็บครับ ช่วยทำแผลให้ด้วย สึนะโยชิดึงมุคุโรให้เข้ามาใกล้อาจารย์ประจำห้องพยาบาลที่ท่าทางเชื่อถือไม่ได้ ผู้สูงวัยสะลึมสะลือมองเขาสักพัก ก่อนวางมือแปะบนแผ่นอก พริบตาต่อมาจึงถูกกำปั้นของเขาซัดกระเด็นตกเตียง พร้อมๆ กับเสียงร้องตกใจของสึนะโยชิที่ดังขึ้น

จามาลยักแย่ยักยันกลับขึ้นมาบนเตียงใหม่ ท่าทางสร่างเมาไปเยอะแล้ว อะไรกัน ผู้ชายหรอกรึ

ก็ใช่น่ะสิอาจารย์ เสียมารยาท

จามาลยักไหล่ไม่สนใจ โทษที ฉันมีนโยบายไม่รับรักษาผู้ชาย นายทำเองละกัน ใช้ของในห้องได้ตามใจชอบเลยนะ ว่าจบก็เดินสบายๆ ออกจากห้องไป

แอ๊! ได้ไงอ่ะ! อาจารย์ กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองก่อนเซ่! สึนะโยชิโวย แต่ชายอาวุโสหายแวบไปแล้ว เด็กหนุ่มจึงทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ ช่วยไม่ได้นะ เอ้า โรคุโดคุง นั่งก่อนสิ ขอฉันหาพวกยาทากับผ้าพันแผลเดี๋ยวนะ

มุคุโรนั่งเก้าอี้ตัวใกล้สุด สายตามองตามสึนะโยชิเคลื่อนที่ไปรอบห้อง หาของอย่างช่ำชอง ชั่วขณะเดียวของจำเป็นทั้งหมดก็ถูกกองไว้ใกล้มือ สึนะโยชิสำรวจบาดแผลของเขาตามใบหน้าและร่างกาย ใบหน้าด้านข้างถูกบาดเป็นแผลยาว แต่ที่ดูหนักกว่าอยู่ตรงต้นแขน เลือดยังคงไหลไม่หยุด โชคดีที่ไม่มีเศษกระจกฝังใน เด็กหนุ่มเริ่มทำความสะอาดแผล

แอลกอฮอล์เย็นๆ บนผิวร้อนทำมุคุโรสะดุ้ง แต่เขาไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมา

สึนะโยชิค่อยๆ บรรจงทายาฆ่าเชื้อ ความอ่อนโยนที่สัมผัสได้จากปลายนิ้วชะล้างความเจ็บปวดให้หมดไป มุคุโรรู้สึกผ่อนคลายราวทารกที่ได้รับการดูแลปกป้อง น่าแปลกที่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนั้น

แสบหรือเปล่า อดทนหน่อยนะ

ไม่เป็นไรหรอกครับ

ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสอง โดยไม่รู้ตัว มุคุโรจับจ้องใบหน้าของสึนะโยชิไม่วางตา ชายหนุ่มเห็นคนเจ็บตรงหน้านิ่งไปจึงละสายตาจากปากแผล แต่มุคุโรก็ยังไม่รู้สึกตัว

มีอะไรเหรอ

อ๊ะ เอ่อ... หากบอกว่าไม่มีอะไร สึนะโยชิคงเชื่อ แต่ขณะที่อยู่ด้วยกัน เขาอยากรู้จักชายหนุ่มตรงหน้าให้มากกว่านี้ มุคุโรรีบคิดหาเรื่องต่อบทสนทนา ผมกำลังสงสัยว่าผู้ชายคนนั้น...คนที่ชื่อฮิบาริ...

คุณฮิบาริทำไมเหรอ สึนะโยชิเอียงคอถาม มือไม่วายทำแผลต่อ

รู้สึกว่าทุกคนจะกลัวเขาอยู่สินะครับ ชายคนนั้นเป็นใครกัน อย่างกับมาเฟียโรงเรียนก็ไม่ปาน

ทันทีที่คำว่า มาเฟีย หลุดออกจากปาก มุคุโรชักสีหน้าไม่พอใจ ราวกับ...มีอะไรมาสะกิดใจเขาอย่างนั้น

ยังดีที่คนตรงหน้าไม่ทันมอง สึนะโยชิหัวเราะน้ำเสียงคล้ายปลงตก มุคุโรเลิกคิ้วสงสัย จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิงนะ คุณฮิบาริน่ากลัวจะตาย ใครจะอยากไปขวางทางกระบองพิฆาตพี่ท่านกัน

เป็นคนน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือครับ

ยิ่งกว่านั้นอีก สึนะโยชิตอบ ท่าทางฉุนเฉียว เป็นหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบซะเปล่า เอาแต่ใจก็ที่หนึ่ง ไม่ฟังใครพูด ไม่สนใจเรื่องที่ตนเองเห็นว่าไม่น่าสนใจ ชอบใช้กำลัง ฟัดชาวบ้านไม่เลือกหน้า ใครขวางทางเป็นเจอดี แถวนี้พี่แกคุมหมดแหละ ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยสักคน ชายหนุ่มนินทาฉอดๆ ได้เป็นวรรคเป็นเวร สงสัยคงเจออะไรๆ มามาก มุคุโรคิดทำนองออกเห็นใจ ครู่ต่อมา เสียงบ่นค่อยๆ แผ่วลงราวเสียงกระซิบ แต่ว่า...แต่ว่า คุณฮิบาริก็เป็นที่พึ่งได้เสมอ

อารมณ์ฉุนเฉียวหายไปแล้ว แทนที่ด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ที่เปี่ยมด้วยความนับถือต่อชายที่ชื่อฮิบาริ มุคุโรรู้สึกราวหัวใจถูกบีบ

คงเพราะพี่ท่านคุมโรงเรียนนี้ไว้หมดล่ะมั้ง ถึงได้ไม่มีใครกล้าก่อเรื่อง ฉันเองไม่เจอใครแกล้งก็เพราะคุณฮิบาริด้วยนั่นแหละ

มุคุโรเบิกตากว้าง ไม่เชื่อหูสิ่งที่ได้ยิน โดนแกล้งหรือ ทำไมละครับ

สึนะโยชิตอบอย่างไม่ใส่ใจ อืม คงเพราะฉันเป็นเจ้าห่วยมั้ง ทุกคนถึงได้ชอบหาเรื่องฉัน...

เจ้าห่วย...อย่างนั้นหรือครับ

ชายหนุ่มร่างเล็กหัวเราะ อะไรกัน ไม่รู้หรอกเหรอ นึกว่าทั้งโรงเรียนรู้หมดแล้วซะอีกนะเนี่ย

ขอโทษด้วยครับ

ไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ที่บอกว่าทั้งโรงเรียนรู้จักน่ะ เพราะชื่อเสียงของฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยยังไงล่ะ เรียนก็ไม่ได้เรื่อง กีฬาก็เล่นไม่เป็นสักกะอย่าง อะไรๆ ก็ไม่เอาอ่าวไปเสียหมด จะให้เรียกอย่างอื่นคงไม่ได้หรอก อวดสรรพคุณด้านลบจบ ซาวาดะ สึนะโยชิก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ฟังดูหม่นหมองกว่า

ทำไมถึงไม่อยากให้คนๆ นี้เศร้าหมองกันนะ

แต่ผมไม่คิดว่าคุณเป็นเจ้าห่วยหรอกนะ มุคุโรพูดออกไป ไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าต้องการพูดอะไรกันแน่

ซาวาดะ สึนะโยชิเบิกตากว้างแสดงความแปลกใจ ก่อนรอยยิ้มอันอ่อนโยนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ขอบคุณนะ

ช่วงพริบตาเดียวกันนั้น หัวใจของโรคุโด มุคุโรระรัวในอก ภาพเบื้องหน้า รอยยิ้มนั้นช่างงดงามจนแทบลืมหายใจ

ประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออกอีกครั้ง เรียกความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมอง คราวนี้เป็นนักเรียนชายสองคน คนหนึ่งผมสีทองชี้เป็นตั้งๆ วิ่งถลาหน้าตาตื่น ส่วนอีกคนสวมหมวกไหมพรมคลุมผมดำเคลียไหล่และแว่นตา แม้จะดูสุขุมกว่า แต่สีหน้าตระหนกตกใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนปราดมาประชิดเก้าอี้ที่มุคุโรนั่งอยู่

เคน จิงุสะ มุคุโรได้ยินตนเองเอ่ยชื่อของผู้มาใหม่ทั้งสองเบาๆ

คุณมุคุโร ได้ยินว่าเกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บ เป็นอะไรมากไหมครับ

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ โดนเศษกระจกบาดหน่อยเดียว เดี๋ยวก็หาย เขาตอบ พร้อมยกแขนที่เพิ่งทำแผลเสร็จให้ดู ทั้งเคนทั้งจิงุสะโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด

มุคุโรหันกลับไปหาสึนะโยชิ ขอบคุณมากนะครับที่ทำแผลให้

จิงุสะโค้งหัวน้อยๆ แทนคำขอบคุณ ใบหน้าของเคนมีแววไม่พอใจฉายอยู่ แต่เขาไม่ว่าอะไร สึนะโยชิจ้องผู้มาใหม่ทั้งสอง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกพักต่อมา

อ๊ะ พวกนายที่เพิ่งย้ายมาพร้อมกันนี่นา นายคือคนที่คุณพี่ชวนให้เข้าชมรมใช่มั้ย คำถามสุดท้ายมุ่งไปทางเคน เจ้าตัวขมวดคิ้วรับ

คุณพี่...ชมรม...อ๊ะ นายคือน้องชายของเจ้าบ้ามวยนั่นน่ะเรอะ ถ้าจะชวนฉันเข้าชมรมล่ะก็ ไม่เอานะเฟ้ย

ไม่ช่าย สึนะโยชิรีบปฏิเสธ เขาเป็นพี่ชายเพื่อนร่วมห้องของฉัน ฉันก็นับถือเขาเหมือนพี่ชายเท่านั้น อีกอย่าง ฉันไม่ได้อยู่ชมรมมวยสักหน่อย แค่ได้ยินคุณพี่ว่าเจอคนน่าสนใจเท่านั้นเอง

แต่ไม่ยักกะปฏิเสธเรื่องที่บ้ามวย คงเพราะมันเป็นเรื่องจริง เคนหันไปเล่าเรื่องที่ซาซางาวะ เรียวเฮชวนเข้าชมรมตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้าให้มุคุโรฟัง มือไม้ปลิวว่อนประกอบท่าทาง อากัปกริยาดึงดูดความสนใจของคนในห้องพยาบาลจนเกือบไม่ได้ยินเสียงเล็กๆ ที่ดังขึ้นหน้าประตู

เอ่อ...พี่คะ

สึนะโยชิหันไปมองตามทางที่ได้ยินเสียง สาวน้อยนางหนึ่งยืนเกาะบานประตูเลื่อน หนึ่งในกลุ่มนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ ทั้งสีและทรงผมดูปุ๊บก็บอกได้ปั๊บว่าใครคือพี่ชายที่เธอเอ่ยเรียกในตอนแรก สีหน้าของเธอจะว่าเฉยเมยก็ไม่ใช่ คงแค่ไม่แน่ใจว่าควรเข้ามาดีหรือไม่ต่างหาก เขาเคยเห็นเธอเดินไปมาในโรงเรียนอยู่บ้าง แต่เพราะไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน เขาจึงไม่รู้จักชื่อ

คุณ...เอ่อ

นากิ มุคุโรพูดขึ้น เด็กสาวใจชื้นเดินเข้ามาตามเสียงเรียก รอยยิ้มเล็กๆ ระบายบนใบหน้า

ได้ยินว่าพี่โดนกระจกบาด แต่ดูท่าจะไม่เป็นอะไรแล้วสินะคะ

ครับ สึนะคุงช่วยทำแผลให้น่ะ เขายกมือข้างที่ผันผ้าผันแผลให้ดูอีกรอบ ก่อนพยักพเยิดไปทางที่สึนะโยชินั่งอยู่ นากิหันมาขอบคุณผู้มีพระคุณของพี่ชาย

ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลพี่

อะ...ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย

เสียงระฆังบอกเวลาเข้าเรียนดังก้องทั่วบริเวณโรงเรียน ทุกคนเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้เป็นเวลาพัก และมันก็หมดลงแล้ว

อ๊า หมดเวลาพักแล้ว ยังไม่ได้เตรียมอุปกรณ์เลย สึนะโยชิส่งเสียงวิตก ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว โรคุโดคุงก็พักต่อที่นี่เลยละกันนะ อาจารย์จามาลคงไม่มาไล่กลับห้องแน่ๆ คนอื่นๆ ก็รีบกลับห้องไปนะ

ฉันจะอยู่ที่นี่กับคุณมุคุโร เคนรีบพูด จิงุสะพยักหน้าเห็นด้วยเงียบๆ

สึนะโยชิขมวดคิ้ว แล้วจะไม่เข้าเรียนรึไง

จะอาร้าย ก็โดดน่ะสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย เคนว่าต่อด้วยท่าทีสบายๆ จิงุสะไม่ได้พยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ไม่พูดขัดอะไร สึนะโยชิทำท่าจะพูดต่อ แต่สายตาของนากิที่จ้องมา ดวงตากลมโตใสซื่อขอความเห็นใจนั้นทำเขาพูดไม่ออก

ก็ตามใจ... สึนะโยชิพูดช้าๆ แล้วเสริม แต่อย่าก่อเรื่องอะไรในห้องนี้ล่ะ

พูดจบ เขาก็หันหน้าเตรียมตัววิ่ง สายมากแล้ว แถมวิชาเคมีอาจารย์เฮี้ยบมากเสียด้วยซิ เขาไม่อยากโดนอาจารย์สั่งลงโทษให้ต้องอยู่เย็นหลังเลิกเรียนอีกหรอกนะ แค่เตรียมอุปกรณ์ทดลองไม่ทันก็แย่พอแล้ว ถึงมันจะไม่ใช่ความผิดของเขาก็ตามเถอะ....

โดยไม่ทันตั้งตัว มุคุโรยื่นมือมาดึงแขนของสึนะโยชิไว้ หวังรั้งไม่ให้คนตรงหน้าไป

โรคุโดคุง...

ไม่ต้องกลับไปก็ได้นี่ครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คุณเองก็โดดเรียนอยู่ที่นี่ด้วยกันสิครับ

ไม่รู้ว่าทำไม แต่ภาพด้านหลังของสึนะโยชิที่กำลังจะจากเขาไปทำเขาเจ็บในอกจนแทบทนไม่ได้

ความเจ็บแล่นผ่านมือที่บีบแน่นเข้าชั่วขณะ สึนะโยชิได้สติ เขาไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาของอีกฝ่ายไปได้เลย แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไรออกไป ประตูห้องพยาบาลเปิดออกอีกเป็นครั้งที่สี่ ต้อนรับผู้มาใหม่อีกครา น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้น

ไงสึนะ อยู่นี่เองเหรอ หาตั้งนานแน่ะ

อ๊า!! แกทำอะไรของแกน่ะ ปล่อยคุณซาวาดะเดี๋ยวนี้นะเฟ้ย!

ยามาโมโตะ โกคุเดระคุง มาที่นี่ทำไม เกิดอะไรขึ้น

ชายผมสีเทาที่ชื่อโกคุเดระตรงเข้ามากระชากมือของมุคุโร ทำให้เขาต้องปล่อยสึนะโยชิโดยปริยาย และเมื่อเห็นเพื่อนของตนจดจ่ออยู่กับการป้องกันไม่ให้นักเรียนใหม่มายุ่งวุ่นวายกับสึนะ และหันไปตั้งท่าจะฟัดกับเด็กใหม่อีกสองคนที่ท่าทางไม่พอใจที่โกคุเดระเสียมารยาทกับหัวหน้าตน ยามาโมโตะจึงตอบคำถามของสึนะแทน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่เขาตามหาเพื่อนรักคนนี้ด้วย

พอดีจารย์เคมีเค้างดชั่วโมงนี้น่ะ เลยจะมาบอกข่าว

หา จริงอ่ะ เป็นไปได้ไง ร้อยวันพันปีจารย์แกไม่เคยมีวี่แววว่าจะป่วยสายลาขาดเลยสักวันนี่ แล้วอีท่าไหนถึง... สึนะโยชิโพล่งขึ้น สีหน้าแปลกใจนั้นบอกได้ว่าถ้าอุกกาบาตไม่ตกลงมาที่โรงเรียนซะก่อนให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ

ยามาโมโตะกลับหัวเราะอารมณ์ดี ต่างกับสีหน้าของเพื่อนลิบลับ ก็ฮิบาริน่ะสิ

คุณฮิบาริทำไม?

แน่นอนว่าสึนะโยชิ และคนอื่นๆ ณ ที่นั้นไม่เข้าใจคำอธิบายแสนสั้นของชายหนุ่ม ยามาโมโตะหัวเราะร่าให้เครื่องหมายคำถามบนใบหน้าของเพื่อนตัวเล็ก

เมื่อกี้นี้ฮิบาริไปที่ห้องชมรมเบสบอล เห็นว่าจะหาตัวการที่ตีลูกเบสบอลไปโดนกระจกหน้าต่างของโรงเรียนแตกไปยำให้เละ แต่พอดีหมอนั่นเป็นผู้เล่นมือดีของทีมเรา กัปตันเค้าเลยขอร้องฮิบาริให้ไว้ชีวิตหมอนั่นก่อน แต่อย่างหมอนั่นน่ะไม่ยอมไว้หน้าใครอยู่แล้ว กัปตันก็ขออีก อย่างน้อยก็จนกว่าจะแข่งนัดหน้านี้เสร็จ ทีนี่พี่แกเลยพนันกับชมรมเบสบอลว่าถ้าทีมเราเข้าแข่งโคชิเอ็นไม่ได้ จะเชือดเรียงคิว

ความโหดของพี่ท่านก็พอจะนึกออกอยู่หรอก...แล้วมันเกี่ยวกับงดสอนวันนี้ตรงไหนล่ะ

เกี่ยวสิ ก็จารย์แกเป็นที่ปรึกษาชมรมนี่นา ต่อให้เป็นอาจารย์ ฮิบาริก็ไม่ยกเว้นอยู่ดี แถมดีไม่ดีจะโดนหนักกว่าอีก จารย์แกเลยงดสอนจะได้ให้สมาชิกทุกคนไปซ้อมให้ชนะให้ได้ไงล่ะ

อืม...มีเหตุผล ...ยามาโมโตะ นายก็เป็นสมาชิกชมรมเบสบอลด้วยไม่ใช่รึไง ถ้าแพ้ขึ้นมานายก็จะโดนด้วยนะ

เออ นั่นสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า

ยังจะหัวเราะได้อยู่เหรอเนี่ย! โกคุเดระที่เลิกสนใจเด็กใหม่แล้วโวยขึ้น ส่วนสึนะปลงตกไปนานแล้วกับอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเพื่อน คุณซาวาดะครับ ไม่ต้องไปสนใจหมอนี่หรอกครับ

โกคุเดระหันมาชวนสึนะโยชิคุย เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียนยามที่คนตัวเล็กไม่อยู่ ท่าทางยิ้มแย้มนั่นดูก็รู้ว่าหนุ่มขี้โมโหคนนี้ให้ความสำคัญกับสึนะโยชิเพียงใด บางครั้งบางคราวยามาโมโตะจะหยอดมุขตัดเพื่อนรัก สึนะโยชิรับฟังไม่วางตา สีหน้าแสดงอารมณ์เปลี่ยนไปตามเรื่องที่โกคุเดระเล่า ความรู้สึกไม่พอใจก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของมุคุโร โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าทำไม

ทำไมถึงไม่ชอบใจที่ความสนใจของสึนะโยชิไม่อยู่ที่เขา

กระนั้น ยามที่สึนะโยชิหันมาทางเขาแล้วยิ้มให้ ความไม่พอใจทั้งหมดมลายหายไปสิ้น

โรคุโดคุง รู้สึกว่าวันนี้จะไม่ได้เรียนแล้วล่ะ ดีจังเลยเนาะ

เขาอดยิ้มตอบไม่ได้ นั่นสินะครับ

แล้ว...

แล้ว?

อื้อ หลังจากนี้จะเอายังไง เมื่อกี้ยามาโมโตะเพิ่งชวนไปดูแข่งเบสบอลล่ะ ไปด้วยกันมั้ย

ความยินดีแล่นเข้ามา รอยยิ้มบนใบหน้าของมุคุโรกว้างขึ้นราวกับสีหน้าของเด็กที่กำลังแกะห่อของขวัญวันคริสต์มาส แน่นอนครับ

ไม่ทันไรพวกเขาทั้งหมดก็ออกมาอยู่ที่สนามแข่งเบสบอลเรียบร้อยแล้ว เสียงเชียร์เสียงพูดคุยหยอกล้อดังไปทั่ว ที่นั่งต่างๆ ดูเหมือนจะถูกจับจองเต็มหมดแล้ว เนื่องจากพวกเขามากันเป็นกลุ่มใหญ่ จะหาที่นั่งให้ทุกคนได้นั่งด้วยกันทั้งหมดดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มุคุโรสังเกตเห็นสึนะโยชิมองหาที่นั่งไปรอบๆ สนาม

คนเยอะจริงๆ เลยนะครับคุณซาวาดะ ก็แค่การแข่งของเจ้าบ้าเบสบอลแท้ๆ

เชอะ ว่างกันนักรึไงนะเจ้าพวกนี้ เคนบ่น

สึนะคูง เสียงแหลมเล็กของเด็กผู้หญิงดังมาจากด้านล่าง เรียกความสนใจของเจ้าของชื่อให้หันไป เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกำลังโบกมือ ให้ชายหนุ่มสังเกตตนง่ายขึ้น ทางนี้จ๊ะ ทางนี้

อ๊ะ เคียวโกะจัง สึนะโยชิยิ้มแป้น พยักพเยิดมาทางด้านหลังเป็นสัญญาณให้ทุกคนตามมา ก่อนจะรีบวิ่งไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้นทันที ที่ว่างข้างเด็กคนนั้นมีที่นั่งพอดีจำนวนพวกเขาทุกคน นอกจากเคียวโกะจังแล้ว ยังมีชายหนุ่มท่าทางบ้าพลัง เด็กผู้หญิงท่าทางร่าเริงสดใส กับเด็กผู้ชายท่าทางเรียบร้อยยืนอยู่ข้างๆ ด้วย

คุณสึนะ! สวัสดีค่ะ

พี่สึนะ!

ไง ซาวาดะ มากันแล้วเรอะ

ฮารุ ฟูตะ คุณพี่ มาไงครับเนี่ย

เคียวโกะจังชวนมาน่ะค่ะ

เคียวโกะยิ้ม มากันเยอะๆ สนุกดีเนอะ

เฮ้! สึน้า! ดูจิ๊ๆ

เด็กเล็กผมฟูมีเขาบนหัวอายุไม่น่าจะเกินเกินห้าขวบดึงขากางเกงของสึนะโยชิให้เจ้าตัวหันมาดูเขา ข้างๆ กันมีเด็ก...ผู้หญิงใส่ชุดจีนขนาดตัวเท่าๆ กันดึงเสื้อลายวัวของเด็กผู้ชายตรงหน้าไว้ พลางพูดภาษาที่ไม่มีใครฟังออกรัวเร็ว ท่าทางพยายามจะปรามไว้สุดกำลัง

แรมโบ้ อย่าซนสิ! ดูอี้ผิงเป็นตัวอย่างซะบ้าง

เจ้าวัวบ้า อย่าทำให้คุณซาวาดะต้องลำบากสิฟะ โกคุเดระหันไปดุ ไม่วายแรมโบ้กลับแลบลิ้นใส่ ทำให้อารมณ์เดือดของโกคุเดระระเบิดออกมาอีก

โกคุเดระคุง อย่าไปทะเลาะกับเด็กสิ

คุณโกคุเดระ! อย่ามารังแกแรมโบ้จังนะคะ!

แต่ความวุ่นวายไม่หมดแค่นั้นเมื่อเด็กทารกสวมสูทใส่หมวกมีกิ้งก่าเกาะเกิดทนไม่ไหว ซัดเด็กชุดวัวเข้าไปหนึ่งดอก แรมโบ้ร้องไห้จ้าเสียงดังลั่น ทำให้สายตาของทุกคนในสนามหันมาที่พวกตนเป็นทางเดียว ก่อนเคียวโกะจะอุ้มแรมโบ้ปลอบใจ เสียงร้องไห้จึงสงบไปบ้าง

รีบอร์น!!!

ก็มันน่ารำคาญนี่เนาะ เด็กที่ชื่อรีบอร์นว่า ท่าทางไม่รู้สึกรู้สาอะไร

มุคุโรตะลึงกับภาพที่เห็นจนพูดไม่ออก ไม่ใช่ความรู้สึกรังเกียจ แต่...พิศวง ส่วนเสี้ยวเล็กๆ เขารู้สึกสนุกไปกับความวุ่นวายตรงหน้าด้วย

มือเล็กสัมผัสแขนของเขา มุคุโรหันไปสบตานากิ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มกว้างเช่นเดียวกัน

คนพวกนี้ตลกดีนะคะพี่

นั่นสิครับ

การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองทีมฝีมือสูสีไม่แพ้กัน ต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสนามร้องเฮลั่นเมื่อยามาโมโตะตีโฮมรันลูกแรกของทีมและของการแข่งขันได้

ไปเลยๆ!

คุณยามาโมโตะสู้ตายค่า!

สู้เค้าน้า

พวกแก มัวทำอะไรอยู่ กะอีแค่เจ้าบ้าเบสบอลคนเดียวยังสู้ไม่ได้รึไงฟะ! เดี๊ยะ พ่อหวดไม่เลี้ยงเลยนี่!!

เชียร์ผิดฝั่งแล้วโกคุเดระคุง!

นั่นสิฮายาโตะ ลองชิมข้าวกล่องสูตรใหม่ของพี่หน่อยสิ

อะ อาเจ๊!! อั๊ก! แอ๊ก!

หวา เบียงกี้! โกคุเดระคุง! อย่าเพิ่งตายนะ!

เฮ้ พวกนายน่ะ เลิกเล่นเบสบอลแล้วหันมาชกมวยเถอะ!!

นี่ก็ผิดงานแล้วเฮีย!!

บนที่นั่งคนดูเองก็วุ่นวายไม่แพ้ในสนาม หรืออาจะมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้ใครเดือดเนื้อร้อนใจ (?) ท่าทีร่าเริงสดใสเหล่านั้นออกมาจากใจจริง ทุกสิ่งดูเป็นธรรมชาติ เสียงหัวเราะที่ตามมาจริงใจไม่เสแสร้ง ทำให้ผู้คนบริเวณนั้นรู้สึกสบายใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเสียงหัวเราะด้วย

แม้แต่มุคุโรยังอดขำไปด้วยไม่ได้

หวา โรคุโดคุงยังหัวเราะเลยเหรอเนี่ย

ขะ ขอโทษครับ ถึงจะว่าอย่างนั้น แต่เขาก็หยุดหัวเราะไม่อยู่ ก็พอดูพวกคุณแล้วมันตลกจริงๆ นี่นา อย่างกับ...

...อย่างกับ...

เสียงของเขาขาดห้วงไป ความรู้สึกบางอย่างจุกขึ้นมาถึงลำคอ เสียงที่เปล่งออกมาราวกับไม่ใช่เสียงของตัวเอง

...อย่างกับ...ความฝันเลย

สิ้นคำ เหมือนโลกทั้งโลกหยุดลง ณ วินาทีนั้น

ท้องนภาไม่ได้เป็นสีฟ้าใสอีกต่อไป ความมืดค่อยๆ ย่ำกราย บดบังทั้งแสงตะวัน กลุ่มเมฆา สายลมที่พัดผ่านหายไป พร้อมสายตานับร้อยๆ คู่ทั่วสารทิศที่หันมาจับจ้องโรคุโด มุคุโรเป็นทางเดียว ใบหน้าพวกนั้นขาวซีด ไร้อารมณ์ ไม่เว้นแม้แต่เหล่าสหายของเขา ชายหนนุ่มหันไปมองรอบๆ บรรยากาศราวกำลังเผชิญหน้ากับซากศพนับพัน

นากิ เคน จิงุสะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น

ก็เพราะ...

เสียงนี้...เสียงของสึนะโยชิ ชายหนุ่มจำเสียงของคนร่างเล็กได้ แต่เสียงนั้นไม่เหมือนทุกครั้ง มุคุโรหันไปตามทางที่ได้ยิน จริงดังคาด เช่นเดียวกับแววตาของสึนะโยชิ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น

ไม่มีความอ่อนโยนใจดีแฝงอยู่เหมือนทุกที ตรงกันข้าม ดวงตากลมใสนั้นราวกับตาของตุ๊กตาเครื่องเคลือบเต็มไปด้วยความไร้ชีวิตชีวา เย็นชา และแทบจะทิ่มแทงผู้ที่ได้ยินราวคมมีดที่กรีดผิวเนื้อ บาดลึกไปถึงข้างใน

...นี่คือความฝันน่ะสิ...

ทั้งที่เสียงนั้นกล่าวอย่างแผ่วเบา แต่มุคุโรรู้สึกราวกับมีใครมาตะโกนอยู่ข้างหูซ้ำๆ สะท้อนไปมากระนั้น

ไกลออกไป ชายหนุ่มได้ยินเสียงของแก้วที่เปราะบางกำลังแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่นั่นไม่ใช่เสียงของแก้ว มุคุโรเพิ่งรู้ตัว พริบตาเดียว ผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าก็แตกละเอียด ก่อนมลายเป็นฝุ่นผง

โลกทั้งใบแตกออก ที่เหลืออยู่คือความมืดนิรันดรไร้ที่สิ้นสุด

ภาพที่ไม่น่าเป็นไปได้ปรากฏแก่สายตา มุคุโรแทบไม่อยากเชื่อประสาทสัมผัสของตนเอง

ไม่...ไม่จริง... เขาไม่อาจควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เช่นเดียวกับความรู้สึกของเขาที่กำลังบิดเบี้ยว เป็นไปไม่ได้...

ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ซาวาดะ สึนะโยชิ...ไม่สิ ภาพเงาของซาวาดะ สึนะโยชิเบื้องหน้าเขาเอ่ย มันเป็นความฝันของนายไม่ใช่รึไง ทุกอย่างคือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่รึ

บางสิ่งบางอย่างที่โรคุโด มุคุโรแอบเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจถูกระเบิดออก พริบตานั้นเขาระลึกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา สถานที่จริงๆ ที่เขาอยู่ ความทรมานที่เขาประสบสะท้อนกลับมาหลายเท่า

ทั้งหมด...คือภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ชีวิตที่นายต้องการ...โลกที่ไม่มีการเข่นฆ่า โลกที่ไม่มีความทรมาน โลกที่ไร้คนโหดร้ายเช่นพวกมาเฟียที่นายเกลียดนักเกลียดหนา ชีวิตประจำวันที่สนุกสนาน ชีวิตที่มีแต่เสียงหัวเราะ แต่ละวันที่ได้พบปะพูดคุยกับเหล่าคนสำคัญ แต่ละวันที่ได้อยู่กับบุคคลอันเป็นที่รัก...

ร่างกายของโรคุโด มุคุโรหนักเหมือนมีตะกั่วถ่วงข้างใน เขากำลังจมลงไปในความมืดมิดเรื่อยๆ เสียงจากเงารูปซาวาดะ สึนะโยชิลอยต่ำไล่ตามเขามา

...สิ่งที่นายไม่มี สิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง นายก็รู้เรื่องนั้น ดังนั้น นายจึงสร้างโลกนี้ขึ้นมาจากพลังมายาของนาย...

หนัก หนักเหลือเกิน ความรู้สึกที่บีบคั้นอัดอั้นนี้ ความรู้สึกที่ไม่สมหวัง

โรคุโด มุคุโรปิดเปลือกตาลง ไม่อยากยอมรับ

อยากทิ้งมันไปให้หมด แต่....

คนที่น่าสงสาร... ได้ยินเสียงเงาของซาวาดะ สึนะโยชิแผ่วลงก่อนสติของเขาจะดับไป เงานั้นลอยเข้ามาใกล้ โอบกอดเขาราวกับแม่ผู้ใจดีที่โอบกอดลูกน้อยของตน แม้แต่ความฝันของตนเองยังไม่อาจเป็นจริง...

โลกทั้งใบของเขาดับลง และหยาดน้ำตาโรคุโด มุคุโรที่ไหลอาบแก้มก็เป็นส่วนหนึ่งของซากที่แตกสลายนั่นเอง

Owari.................................

ตอนแต่งไม่รู้ตัวหรอกค่า แต่พอเสร็จแล้วเพิ่งรู้ว่าว่าปาไปเกือบ 20 หน้า (พอดีใช้อักษรตัวใหญ่) พอเอามาลงบลอคก็ยิ่งยาววววววววววววว ไปกันใหญ่ แฮะๆ ใครอ่านจนจบได้นี่นับถือเลย ^w^"

จริงๆ แล้วอยากฉลอง Hits อื่นด้วย อย่าง 666 หรือ777 แต่จนปัญหาจะหาอะไรมาฉลองจริงๆ เอาเป็นว่าใครว่างๆ จะส่งอะไรมาร่วมฉลองด้วยก็ได้นะคะ

ตอนนี้กำลังคิดว่าจะเอา 1001 Hits ด้วยดีรึเปล่า ทำไมต้องเป็น 1001น่ะหรือ ก็เพราะเราชอบ, คลั่งไคล้, หลงใหล ท่านรุ่นที่ 1 น่ะสิ //>{}<// ก็เลยเป็น 01 ส่วน 10 น่ะ ของสึนะที่เราเอ็นดู (?) อยู่แล้ว ฮิฮิ จับคู่ปู่หลาน วันนั้นจะมาถึงมั้ยนะ ต้องคอยดู!

มีคอมเมนต์อะไรบอกได้นะคะ จิ้มๆ ข้างล่างนี่เลยค่ะ ขอบคุณทุกคนที่หลง (?) เข้ามาบลอคต๊องๆ นี่กันนะคะ ใครใกล้สอบเหมือนเราก็มาพยายามฟันฝ่ามันไปให้ได้กันเน้อ

แอ๊ะ ไม่อยากไปทำการบ้านเลยอ่ะ


edit @ 2007/09/15 21:24:33

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้ามากรี๊ดให้สนั่นบ้านค่า ท่านมุคุโร่น่าสงสารมากมาย เป็นตัวละครที่มีอะไรให้เล่นเยอะมากเลย แม้จะชื่นชอบ แต่เราก็แต่งให้มุคุโร่มีความสุขไม่ได้สักที ยิ่งอ่านfic ก็มีแต่เรื่องเศร้า เป็นตัวละครที่น่าสงสารจริงๆ ส่วนเรื่อง fic สำนวนไพเราะ อ่านลื่นไหล แต่แฝงอารมณ์เงียบๆเหงาๆ ชอบตอนที่บรรยายบรรยากศที่สนามเบสบอล ให้ความรู้สึกเลยว่านี่เป็นภาพมายาที่ใครบางคนปรารถนาให้เป็น โอ้ อ่านแล้วเกิดไฟลุกโชนอย่างแต่ง fic เลยค่า

#1 By ruk21us on 2007-09-15 22:45

เขียนสำนวนได้ดีมากเลยนะฮ้า
ขอบมากๆเลยแหละ แต่ยาวมาก คนแอบเล่นอย่างเราก็ต้องแอบเซฟเอาไว้ ขอเซฟน่อ... เหอๆๆๆ
ตอนนี้เจอฟิครีบอร์นอะไรเซฟหมด

จับคู่ปู่หลาน รออยู่นะจ๊า ฮี่ๆๆๆ ยังไงๆก็ต้องถึงพันฮิตส์อยู่แล้ว พยายามเข้านะ

#2 By BloodyRabi on 2007-09-16 05:14

ดีใจกับฮิตด้วยนะคะ...รู้สึกว่าฟิคยาวเป็นพิเศษนะคะ(ซึ้งใจ)
แต่ว่าไม่เคยอ่านเรื่องนี้อ่ะคะTTwTT....ที่จริงก็เห็นอนิเมะ
แว๊บๆแต่ไม่ได้โหลดมา...ขอประทานอภัยด้วยนะคะ

....696ฮิตจงเจริญคะ~~~....(เกี่ยวไหมเนี่ย แหะ)

#3 By Thuy XIII on 2007-09-19 18:03

อ่านฟิคมุคุทีไรเป็นเศร้าทุกที TTwTT
ภาษาเนี้ยบเหมือนเดิมนะคะ อ่านแล้วรู้สึกคล้อยตามความรู้สึกของมุคุเลยล่ะค่า
ว่าแล้วก็รอฉลองฮิท1001 วะ55 อยากอ่านเหมือนกันเนี่ย
แต่มันไม่น่าเป็นปู่หลานนะ เพราะรุ่น1เป็นดับเบิ้ลทวดของสึนะนี่คะ - -?
แต่ช่างเต๊อะ ไงก็รออ่านนะค้า หุหุ ><

ปล.ยินดีกะฮิทด้วยค่า เลขสวยจริงแท้~

#4 By ~Kumi~ on 2007-09-23 00:29

เอ่อ...ไหนๆก็เห็นจะสอบแล้วก็ขอให้สอบได้ด้วยนะค้า~~
สู้ๆ....ถึงตัวเองจะไม่รอดก็เถอะTTwTTยังไงก็พยายาม
เข้านะคะ....เพื่อ....คะแนนที่น่าปาบปลื่ม...
มหาลัยก็คงหนักหน้าดู(อะไรหนัก??)...สอบงับๆ....

#5 By Thuy XIII on 2007-09-25 22:56

เข้ามานั่งสครีมก่อนจะกริ๊ดลั่น! มุคุโร่น่าสงสาร TT^TT

สำนวนดีมากเลยค่ะ ชอบๆ >w< ขอsave ไว้อ่านน้อ ชอบมากเลยบีบคั้นอารมณ์ดีแท้ หุหุ
เอ่อ...คือว่าทำไว้ที่หน้าแล้วล่ะคะ แหะๆ
แต่ว่าจะทำลิงค์ก็ได้นะคะ...

http://thuy0813.exteen.com/20070624/fic

....ขอบคุณงับที่ติดตามconfused smile....

#7 By Thuy XIII on 2007-10-10 15:46

หักมุมอ่ะ หักมุมมากมาย น่าสงสารมุคุโร่คุง

#8 By watashi wa ......... on 2008-01-01 17:51

น้ำตา..แค่ฝันงั้นรึ?

#9 By KenzaKi (222.123.9.162) on 2008-01-31 13:55